ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก
CAREER · Learn + Prepare + Apply

Career Center
สมัครงานเรือสำราญ คู่มือหางานเรือครบทุกขั้นตอน

ตำแหน่งงาน เงินเดือน เอกสาร และเส้นทางเติบโต — ทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนเริ่มอาชีพบนเรือ ครบในที่เดียว

200+
ตำแหน่งงาน
20+
คู่มือ
30+
บริษัท
10+
แผนก
02 / Cruise vs Cargo

เรือสำราญ vs เรือสินค้า — เลือกสายไหนดี?

เทียบกันชัดๆ ทั้งเงินเดือน ชีวิตบนเรือ และคุณสมบัติ — ส่วนนี้เปิดให้อ่านฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ห้องอาหารหรูบนเรือสำราญ พนักงานกำลังจัดโต๊ะ
CRUISE SHIP

เรือสำราญโรงแรม 5 ดาวกลางทะเล

  • ลูกเรือ 2,000-7,000 คน · 10+ แผนก
  • เริ่มต้น $1,300-2,000/เดือน + ทิปบางตำแหน่ง
  • ดูแค่ประสบการณ์ตามตำแหน่ง + ภาษาอังกฤษ
สะพานเดินเรือของเรือคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่
CARGO SHIP

เรือสินค้ากระดูกสันหลังของการค้าโลก

  • ลูกเรือ 20-30 คน ทีมเล็ก เงียบสงบ
  • Officer $2,500-18,000/เดือน เพดานสูง
  • เข้าด้วยวุฒิ: Rating ผ่านหลักสูตรลูกเรือ · Officer จบพาณิชยนาวี
หัวข้อเรือสำราญเรือสินค้า
จำนวนลูกเรือ2,000-7,000 คน20-30 คน
จำนวนแผนก10+ แผนก3-4 แผนก
เงินเดือนเริ่มต้น$1,300-2,000/เดือน$800-1,800/เดือน
เงินเดือน Officer$3,000-12,000/เดือน$2,500-18,000/เดือน
ความยาวสัญญา6-9 เดือน (Top 4: 4-6)8-9 เดือน (Top 4: 4-6)
ชั่วโมงทำงาน/วัน8-12 ชม.8-10 ชม. (เข้ายามตามตาราง)
ผู้โดยสาร2,000-7,000 คนไม่มี
อินเทอร์เน็ตมี (ช้า/เสียเงิน)จำกัดมาก
การขึ้นฝั่งแทบทุกท่า (2-3 วัน/ท่า)บ่อยน้อยกว่า
บรรยากาศเหมือนโรงแรม 5 ดาวเงียบ เรียบง่าย ทีมเล็ก
เหมาะกับคนที่ชอบบริการ ชอบสังคมชอบงานเทคนิค ชอบความสงบ

ตัวเลขเป็นค่าโดยประมาณ ต่างกันตามบริษัท เส้นทางเดินเรือ และสัญญาแต่ละฉบับ

สรุปสั้นที่สุดก่อน: เรือสำราญคือธุรกิจบริการ — เขาคัดคนจากสองอย่างหลักคือประสบการณ์ตรงตามตำแหน่งที่สมัคร กับภาษาอังกฤษ ไม่จำเป็นต้องจบสายเรือ ส่วนเรือสินค้าคือธุรกิจขนส่ง — เข้าด้วยวุฒิ ไม่ใช่ใครก็ไปทำงานได้: ระดับลูกเรือ (Rating) ในไทยส่วนใหญ่ต้องผ่านหลักสูตรลูกเรือก่อน และระดับ Officer ต้องจบหลักสูตรพาณิชยนาวี เงินเดือนเริ่มต้นเรือสำราญมักสูงกว่า แต่เพดานของ Officer เรือสินค้าสูงกว่ามาก

เรือสำราญ — โรงแรม 5 ดาวกลางทะเล

เรือสำราญลำหนึ่งเหมือนอาคาร 20 ชั้นที่ลอยกลางทะเล ข้างในมีร้านอาหาร 20+ แห่ง สระว่ายน้ำ คาสิโน โรงละคร สปา ยิม และห้องพัก 2,000-7,000 ห้อง เรือใหญ่อย่าง Wonder of the Seas บรรทุกคนได้กว่า 9,000 คน ทุกอย่างที่ผู้โดยสารได้รับล้วนมาจากลูกเรือหลายพันคนที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง

จุดที่ทำให้สายนี้เข้าถึงง่ายคือความหลากหลายของตำแหน่ง — มีมากกว่า 10 แผนก ตั้งแต่ห้องอาหาร บาร์ ครัว แม่บ้าน สปา หน้าร้าน ความบันเทิง ไปจนถึงคาสิโน ถ้าคุณเคยทำงานโรงแรม ร้านอาหาร หรือสปาบนบก คุณมีของที่สายนี้ต้องการอยู่แล้ว ไม่ต้องจบสายเรือ

  • ตำแหน่งเปิดกว้าง ไม่ต้องจบพาณิชยนาวีก็สมัครได้
  • ได้ขึ้นฝั่งแทบทุกท่า เดินทางไปหลายประเทศในสัญญาเดียว
  • ทำงานกับเพื่อนร่วมงาน 50+ สัญชาติ
  • ที่พักและอาหารฟรีทั้งหมด เงินเดือนเก็บได้เกือบเต็มจำนวน
  • หลายตำแหน่งมีทิปและคอมมิชชันเพิ่มจากเงินเดือนฐาน

คนไทยเป็นที่ต้องการสูงในสายนี้ เพราะขึ้นชื่อเรื่องงานบริการและการดูแลลูกค้า ปัจจุบันมีคนไทยทำงานบนเรือสำราญทั่วโลกหลายหมื่นคน ตั้งแต่ตำแหน่งเริ่มต้นไปจนถึง Executive Chef

เรือสินค้า — กระดูกสันหลังของการค้าโลก

90% ของสินค้าทั้งโลกเดินทางด้วยเรือ ทั้งโทรศัพท์ในมือคุณ เสื้อผ้าที่ใส่ และน้ำมันที่เติมรถ ล้วนผ่านมือลูกเรือพาณิชย์มาก่อน เรือสินค้าแบ่งได้หลายประเภทตามสิ่งที่บรรทุก และแต่ละประเภทต้องการความเชี่ยวชาญไม่เท่ากัน

ประเภทเรือบรรทุกอะไร
Container Shipตู้คอนเทนเนอร์ — พบมากที่สุด
Bulk Carrierสินค้าเทกอง เช่น ข้าว ถ่านหิน แร่
Oil Tankerน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
LNG Carrierก๊าซธรรมชาติเหลว — ต้องการความเชี่ยวชาญสูง จ่ายสูงตาม
General Cargoสินค้าทั่วไป เครื่องจักร ไม้ วัสดุก่อสร้าง
Offshore Vesselสนับสนุนแท่นขุดเจาะกลางทะเล

ชีวิตบนเรือสินค้าต่างจากเรือสำราญคนละเรื่อง บนเรือมีแค่ลูกเรือ 20-30 คน ไม่มีผู้โดยสาร ทุกคนรู้จักกันหมด ทำงานเป็นทีมเล็กข้ามมหาสมุทรด้วยกันสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า ใครที่ชอบความสงบและงานเทคนิคมักบอกว่าสายนี้เหมาะกว่า ส่วนคนที่ต้องการความคึกคักและสังคมกว้างมักไปได้ดีกับเรือสำราญมากกว่า

รายได้ระดับ Officer คือจุดแข็งของสายนี้ — Chief Engineer ที่มีประสบการณ์ทำเงินได้ถึง $8,000-12,000 ต่อเดือน และเพราะไม่มีค่าที่พักค่าอาหารตลอดสัญญา เงินก้อนนั้นเก็บได้แทบทั้งหมด ประเทศไทยมีสถาบันพาณิชยนาวีที่ได้มาตรฐานสากล คนที่จบตรงสายมีโอกาสเข้าทำงานกับบริษัทเรือญี่ปุ่น เกาหลี นอร์เวย์ และกรีกได้โดยตรง

คุณสมบัติที่ต้องมี — ต่างกันตรงนี้ชัดที่สุด

เรือสำราญ (ตำแหน่งสายบริการ)

เรือสำราญคัดคนจากสองอย่างหลัก: ประสบการณ์ตรงตามตำแหน่งที่จะสมัคร และภาษาอังกฤษ — วุฒิการศึกษาสายเรือไม่ใช่เงื่อนไข

  • ประสบการณ์ตรงในตำแหน่งที่สมัคร (ข้อนี้สำคัญที่สุด เช่น สมัคร Waiter ต้องเคยเสิร์ฟจริง)
  • ภาษาอังกฤษสื่อสารได้ — ส่วนใหญ่กำหนด Marlins Test 80% ขึ้นไป
  • อายุประมาณ 21-35 ปี
  • Passport ที่ยังไม่หมดอายุ + Seaman Book
  • Medical Certificate (ใบรับรองแพทย์คนเรือ)
  • STCW Basic Safety Training 4 วิชา (หลายบริษัทให้ไปอบรมหลังผ่านสัมภาษณ์ได้)

เรือสินค้า — เข้าด้วยวุฒิ ไม่ใช่ใครก็ไปทำงานได้

จุดต่างที่ชัดที่สุดจากเรือสำราญ: เรือสินค้าทุกระดับต้องมีวุฒิหรือผ่านหลักสูตรรองรับก่อน และจำนวนวิชา STCW ที่ต้องอบรมก็มากกว่าเรือสำราญ ตามประเภทเรือและตำแหน่ง

  • ระดับลูกเรือ (Rating): ในไทยส่วนใหญ่ต้องผ่านหลักสูตรลูกเรือ/คนประจำเรือก่อน จึงจะสมัครลงเรือได้
  • ระดับ Officer: ต้องจบหลักสูตรพาณิชยนาวี (นาวิกศาสตร์ หรือ วิศวกรรมเรือ) + Certificate of Competency (COC) ตามระดับตำแหน่ง
  • STCW Certificates มากกว่าเรือสำราญ — เพิ่มตามประเภทเรือ เช่น เรือบรรทุกน้ำมัน/เคมี/ก๊าซ ต้องอบรมเฉพาะทางเพิ่ม
  • Passport + Seaman Book + Medical Certificate
  • ภาษาอังกฤษระดับดี — มักกำหนด Marlins Test 85% ขึ้นไป

ค่าใช้จ่ายเตรียมตัว — เท่ากันทั้งสองสาย

รายการค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
Passport (10 ปี)1,500 บาท
Seaman Book520 บาท
Medical Certificate4,000 - 15,000 บาท
STCW Basic Safety (4 วิชา)8,000 - 15,000 บาท
Yellow Fever Vaccine1,500 - 2,500 บาท
วีซ่า C1/D (สหรัฐฯ)6,000 - 8,000 บาท
วีซ่า Schengen (ยุโรป)3,500 - 4,500 บาท

รวมประมาณ 25,000-47,000 บาท · ไม่ต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน — วีซ่าจำเป็นเฉพาะสายเรือที่แล่นในน่านน้ำนั้น

แล้วควรเลือกสายไหน?

ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ลองตอบสามคำถามนี้ตามความจริง แล้วคำตอบจะชัดขึ้นเอง

  1. 1คุณจบอะไรมา — ถ้าไม่ได้จบพาณิชยนาวีหรือวิศวกรรมเรือ เส้นทางที่เป็นไปได้จริงในระยะสั้นคือเรือสำราญ ส่วนเรือสินค้าต้องเริ่มจากการเรียนให้ได้วุฒิก่อน
  2. 2คุณทำงานกับคนหรือกับระบบได้ดีกว่ากัน — เรือสำราญคือการรับมือผู้โดยสารหลายพันคนทุกวัน เรือสินค้าคือการดูแลเครื่องจักรและการเดินเรือกับทีม 20-30 คน
  3. 3คุณต้องการอะไรจากสัญญาแรก — อยากได้รายได้เร็วและได้เที่ยว เลือกเรือสำราญ อยากได้เพดานรายได้ระยะยาวและเส้นทางเลื่อนขั้นตามใบรับรอง เลือกเรือสินค้า

แต่ไม่ว่าจะเลือกสายไหน ด่านแรกเหมือนกันเสมอ — ภาษาอังกฤษ ทั้งสองสายใช้ Marlins Test เป็นเกณฑ์คัด และเกณฑ์ของเรือสินค้ามักสูงกว่าเรือสำราญด้วยซ้ำ (85% เทียบกับ 80%) นี่คือสิ่งเดียวที่คุณเริ่มเตรียมได้ตั้งแต่วันนี้โดยไม่ต้องรอให้ตัดสินใจเรื่องสายเสร็จก่อน

ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน? เริ่มจากวัดคะแนนก่อน

ฝึกข้อสอบ Marlins แบบเดียวกับข้อสอบจริง พร้อมเฉลยภาษาไทยทุกข้อ และเปิดดูข้อมูลตำแหน่งทั้งสองสาย — เงินเดือน หน้าที่จริง และเส้นทางเติบโต — ได้ในแพ็กเกจเดียว เริ่มต้น ฿999

ดูแพ็กเกจ — เริ่มต้น ฿999

คำถามที่พบบ่อย

เรือสำราญกับเรือสินค้า อันไหนเงินเดือนดีกว่า?

ขึ้นกับระดับตำแหน่ง ตำแหน่งเริ่มต้นเรือสำราญมักได้มากกว่า ($1,300-2,000 เทียบกับ $800-1,800 ต่อเดือน) และหลายตำแหน่งยังมีทิปเพิ่ม แต่ระดับ Officer เรือสินค้าเพดานสูงกว่าชัดเจน ($2,500-18,000 เทียบกับ $3,000-12,000 ต่อเดือน) โดยเฉพาะเรือเฉพาะทางอย่าง LNG Carrier

ไม่ได้จบสายเรือ ทำงานเรือได้ไหม?

ได้ ถ้าเป็นเรือสำราญ — เขาดูประสบการณ์ตรงตามตำแหน่งที่สมัคร (เสิร์ฟ บาร์ แม่บ้าน กุ๊ก สปา) กับภาษาอังกฤษเป็นหลัก ไม่ต้องมีวุฒิพาณิชยนาวี ส่วนเรือสินค้าเข้าด้วยวุฒิทุกระดับ: ระดับลูกเรือ (Rating) ในไทยส่วนใหญ่ต้องผ่านหลักสูตรลูกเรือก่อน และระดับ Officer ต้องจบนาวิกศาสตร์หรือวิศวกรรมเรือ พร้อม Certificate of Competency ตามระดับ

สัญญาเรือสำราญกับเรือสินค้ายาวต่างกันไหม?

ใกล้เคียงกัน เรือสำราญประมาณ 6-9 เดือนต่อสัญญา เรือสินค้าประมาณ 8-9 เดือน ส่วนตำแหน่งระดับสูง (Top 4) ของทั้งสองสายมักสั้นกว่าที่ 4-6 เดือน

ต้องอบรม STCW ก่อนสมัครไหม?

ต่างกันตามสาย เรือสำราญสายบริการส่วนใหญ่ให้สมัครและสัมภาษณ์ก่อนได้ แล้วค่อยไปอบรม STCW โดยต้องมีครบก่อนขึ้นเรือ ส่วนเรือสินค้าต้องมี STCW และ COC ตั้งแต่ตอนยื่นสมัคร และจำนวนวิชาที่ต้องอบรมก็มากกว่าเรือสำราญ ตามประเภทเรือและตำแหน่ง ทั้งนี้ค่าอบรมส่วนใหญ่ลูกเรือต้องออกเอง

ทั้งสองสายต้องสอบ Marlins Test เหมือนกันไหม?

ใช่ ทั้งสองสายใช้ Marlins Test เป็นเกณฑ์วัดภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปเรือสำราญกำหนดประมาณ 80% ขึ้นไป ส่วนเรือสินค้ามักกำหนดสูงกว่าที่ 85% ขึ้นไป ทั้งนี้เกณฑ์จริงต่างกันตามบริษัทและตำแหน่ง

03 / Guides

คู่มือทำงานเรือสำราญ — อ่านฟรีทั้งหมด

เริ่มจากศูนย์ยังไง เงินเดือนเท่าไหร่ ต้องมีเอกสารอะไรบ้าง — รวมไว้ที่นี่ ไม่ต้องสมัครสมาชิก

เริ่มต้นอาชีพ · อ่าน 9 นาที

อยากทำงานเรือสำราญแต่ไม่มีประสบการณ์ เริ่มยังไง? (7 ขั้นตอนจากศูนย์ถึงลงเรือ)

งานเรือสำราญไม่ได้ต้องการประสบการณ์บนเรือมาก่อน — ตำแหน่งเริ่มต้นจำนวนมากรับคนที่มีพื้นฐานงานบริการบนบก (ร้านอาหาร โรงแรม ครัว) แล้วไปเทรนต่อบนเรือ สิ่งที่ต้องมีจริงๆ คือเอกสารครบ ภาษาอังกฤษถึงเกณฑ์ และสมัครผ่านช่องทางที่ถูกต้อง นี่คือ 7 ขั้นตอนแบบละเอียด

ขั้นที่ 1 — เลือกตำแหน่งเป้าหมายให้ชัดก่อน

อย่าเพิ่งสมัคร “อะไรก็ได้” — แต่ละตำแหน่งต้องการพื้นฐานต่างกัน คนเคยทำร้านอาหารเหมาะกับสาย F&B (เสิร์ฟ บาร์ ครัว) คนเคยทำโรงแรมเหมาะกับ Housekeeping หรือ Guest Services ส่วนสายช่างและเดินเรือต้องมีวุฒิเฉพาะทาง การเลือกเป้าให้ชัดตั้งแต่แรกทำให้เตรียมตัวถูกจุดและตอบสัมภาษณ์ได้มั่นใจ

เคล็ดลับ: ดูรายละเอียดหน้าที่ เงินเดือน และคุณสมบัติของแต่ละตำแหน่งให้ครบก่อนตัดสินใจ — 360Marlins รวมข้อมูล 200+ ตำแหน่งไว้ให้อ่านฟรีที่หน้าตำแหน่งงานบนเรือ

ขั้นที่ 2 — เตรียมภาษาอังกฤษ + สอบ Marlins

ทุกบริษัทเรือใช้ Marlins Test คัดกรองภาษาอังกฤษ เรือสำราญส่วนใหญ่กำหนดราว 70% ขึ้นไป (สายพรีเมียม ~80%+) นี่คือด่านที่คนไทยตกมากที่สุด โดยเฉพาะพาร์ท Listening — เริ่มฝึกตั้งแต่วันนี้ควบคู่กับการเตรียมเอกสาร อย่ารอให้เอกสารครบแล้วค่อยอ่านหนังสือ

ขั้นที่ 3 — ทำ Seaman Book (หนังสือคนประจำเรือ)

  • ออกโดยกรมเจ้าท่า — ยื่นที่ส่วนกลาง (ตลาดน้อย กทม.) สำนักงานภูมิภาค หรือออนไลน์ที่ eservice.md.go.th
  • เอกสารหลัก: บัตรประชาชนตัวจริง รูปถ่าย 2 นิ้ว และใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลที่กรมการแพทย์รับรอง
  • ค่าธรรมเนียมรวมประมาณ 501 บาท รับเล่มภายใน 3-7 วันทำการ อายุเล่ม 5 ปี

ขั้นที่ 4 — อบรม STCW Basic Safety Training

STCW BST คือการอบรมความปลอดภัยพื้นฐาน 4 หลักสูตรที่คนประจำเรือทุกคนต้องผ่านก่อนลงเรือ ค่าอบรมประมาณ 10,000-15,000 บาท (หลายสถาบันรวมที่พักและอาหาร) ใบรับรองอายุ 5 ปี

ขั้นที่ 5 — สมัครผ่านบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาต

งานเรือสำราญสำหรับคนไทยเกือบทั้งหมดสมัครผ่านบริษัทจัดหางาน (Manning Agency) ที่ได้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งในไทยมีอยู่จำนวนไม่มาก แต่ละบริษัทเป็นพาร์ทเนอร์กับสายเรือต่างกัน — เลือกบริษัทตามสายเรือที่อยากไป

ขั้นที่ 6 — สัมภาษณ์

  • สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษเกือบทั้งหมด — เตรียมแนะนำตัว ประสบการณ์งานบริการ และเหตุผลที่อยากทำงานบนเรือ
  • หลายสายมีสัมภาษณ์ 2 รอบ: รอบบริษัทจัดหางาน และรอบวิดีโอคอลกับสายเรือโดยตรง
  • คะแนน Marlins ที่ดีช่วยเพิ่มความมั่นใจของผู้สัมภาษณ์ว่าคุณสื่อสารบนเรือได้จริง

ขั้นที่ 7 — เอกสารก่อนขึ้นเรือ + วีซ่า

เมื่อได้รับข้อเสนอ (Letter of Employment) บริษัทจะแนะนำขั้นตอนเอกสารที่เหลือ: ตรวจสุขภาพมาตรฐานคนเรือ วีซ่าลูกเรือตามเส้นทางเดินเรือ เช่น C1/D สำหรับเส้นทางที่แวะสหรัฐฯ (ค่าธรรมเนียม ~$185 หรือ ~6,850 บาท) หรือ Schengen สำหรับยุโรป จากนั้นก็ถึงวันบินไปลงเรือจริง

สรุปงบประมาณทั้งเส้นทาง

รายการค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
Seaman Book~501 บาท
ใบรับรองแพทย์/ตรวจสุขภาพ~500 - 3,000 บาท
อบรม STCW BST (4 หลักสูตร)~10,000 - 15,000 บาท
สอบ Marlins~1,200 - 1,500 บาท/ครั้ง
วีซ่า (ถ้าเส้นทางต้องใช้ เช่น C1/D)~6,850 บาท
คอร์สเสริม/เดินทาง/อื่นๆแล้วแต่กรณี

รวมทั้งเส้นทางโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 15,000 - 80,000 บาท ขึ้นกับคอร์สที่เลือกเรียนเพิ่มและเส้นทางเรือ

เริ่มจากด่านที่ยากที่สุด: ภาษาอังกฤษ

ก่อนเสียเงินค่าอบรมหรือค่าเอกสารสักบาท เช็คระดับภาษาอังกฤษของตัวเองกับข้อสอบ Marlins จำลอง 4,500+ ข้อ เฉลยภาษาไทยทุกข้อ — รู้จุดอ่อนก่อน วางแผนถูก ไม่เสียเงินสอบซ้ำ

เริ่มฝึกสอบ Marlins

คำถามที่พบบ่อย

ไม่จบปริญญา ทำงานเรือสำราญได้ไหม?

ได้ — ตำแหน่งเริ่มต้นส่วนใหญ่ (เสิร์ฟ ครัว ทำความสะอาด) ไม่กำหนดวุฒิปริญญา ขอแค่อายุถึงเกณฑ์ สุขภาพผ่าน เอกสารครบ และภาษาอังกฤษสื่อสารได้ตามเกณฑ์ของบริษัท

ผู้หญิงทำงานบนเรือได้ไหม?

ได้แน่นอน — เรือสำราญมีลูกเรือหญิงจำนวนมากในแทบทุกแผนก ทั้งบริการ ครัว สปา ต้อนรับ ไปจนถึงระดับหัวหน้าและ Officer

ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้ลงเรือ?

โดยทั่วไป 3-6 เดือนนับจากเริ่มเตรียมตัว ขึ้นกับความเร็วของเอกสาร รอบสัมภาษณ์ ตำแหน่งที่เปิด และรอบเรือที่ว่าง

อายุเท่าไหร่ถึงสมัครได้?

Seaman Book ทำได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี แต่บริษัทเรือส่วนใหญ่รับตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไปสำหรับตำแหน่งทั่วไป — เช็คเกณฑ์อายุของแต่ละสายเรือกับบริษัทจัดหางาน

อาชีพคนเรือ · อ่าน 7 นาที

เงินเดือนคนเรือสำราญ 2026 — แต่ละตำแหน่งได้เท่าไหร่ (ตัวเลขจริง)

“ทำงานเรือสำราญได้เงินเดือนเท่าไหร่” คือคำถามแรกของแทบทุกคนที่สนใจสายนี้ ตัวเลขจริงกว้างกว่าที่คิด — ตั้งแต่หลักพันดอลลาร์สำหรับตำแหน่งเริ่มต้น ไปจนถึงหลักหมื่นสำหรับระดับหัวหน้า บทความนี้รวมช่วงเงินเดือนโดยประมาณของตำแหน่งยอดนิยม พร้อมปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขต่างกัน

ภาพรวม: เงินเดือนขึ้นกับอะไรบ้าง

  • ตำแหน่งและแผนก — ตำแหน่งที่รับทิป (เสิร์ฟ บาร์ แคบิน) รายได้รวมมักสูงกว่าฐานเงินเดือน
  • ประเภทเรือ — เรือสำราญ เรือสินค้า และยอชท์ มีโครงสร้างรายได้ต่างกันมาก
  • สายเรือ — สายพรีเมียม/ลักชัวรีมักจ่ายสูงกว่า แต่เกณฑ์ภาษาอังกฤษก็สูงตาม
  • ประสบการณ์และสัญญาที่ผ่านมา — ต่อสัญญาที่สองสามมักได้ปรับขึ้น

เงินเดือนตามตำแหน่งยอดนิยม (เรือสำราญ)

ตำแหน่งUSD/เดือน (ประมาณ)เงินบาท (ประมาณ)
พนักงานเสิร์ฟ (Waiter/Waitress)$1,500 - 2,500฿52,500 - 87,500
ผู้ช่วยพนักงานเสิร์ฟ (Assistant Waiter)$1,200 - 1,800฿42,000 - 63,000
บาร์เทนเดอร์ (Bartender)$1,800 - 2,800฿63,000 - 98,000
พนักงานทำความสะอาดห้องพัก (Cabin Steward)$1,500 - 2,500฿52,500 - 87,500
กุ๊ก (Cook / Chef de Partie)$1,800 - 3,500฿63,000 - 122,500
กุ๊กใหญ่ (Chief Cook)$1,800 - 4,500฿63,000 - 157,500
พนักงานต้อนรับ (Guest Services)$1,800 - 2,800฿63,000 - 98,000
พนักงานสปา/นวด (Spa Therapist)$1,500 - 3,500+ทิป฿52,500 - 122,500+

ช่วงกว้างเพราะรวมทั้งสายประหยัดถึงพรีเมียม และบางตำแหน่งมีรายได้ทิปเพิ่ม

เทียบตามประเภทเรือ

ประเภทเรือช่วงเงินเดือนทั่วไปลักษณะสัญญา
เรือสำราญ (Cruise)$1,500 - 5,0006-9 เดือน/สัญญา
เรือสินค้า (Cargo/Tanker)$2,000 - 8,0004-6 เดือน/สัญญา
ยอชท์ (Super Yacht)$3,000 - 10,000ตลอดปี/ตามฤดูกาล

จุดที่คนมักลืมคิด: บนเรือแทบไม่มีค่าใช้จ่าย — ที่พัก อาหาร และน้ำไฟฟรีทั้งหมด เงินเดือนที่ได้จึงเก็บได้เกือบเต็มจำนวน ต่างจากงานบนบกที่ต้องหักค่าเช่าค่ากิน คนเรือจำนวนมากเก็บเงินได้เดือนละ 80-90% ของรายได้

แต่ก่อนได้เงินเดือนแรก มีค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม

การเริ่มงานเรือมีต้นทุนเริ่มต้นที่ต้องจ่ายเอง ได้แก่ ค่าอบรม STCW (~10,000-15,000 บาท) ค่าทำ Seaman Book (~500 บาท) ค่าตรวจสุขภาพ ค่าวีซ่า (เช่น C1/D ของสหรัฐฯ ~6,850 บาท) และค่าเดินทาง รวมแล้วโดยทั่วไปอยู่ในช่วง 15,000-80,000 บาท ขึ้นกับเส้นทางและคอร์สที่เลือกเรียนเพิ่ม

ภาษาอังกฤษ = ตัวแปรใหญ่สุดของเงินเดือน

ตำแหน่งเงินเดือนสูงเกือบทั้งหมดเป็นตำแหน่งที่ต้องสื่อสารกับผู้โดยสารหรือรับผิดชอบงานสำคัญ ซึ่งทุกบริษัทคัดด้วยข้อสอบ Marlins สายพรีเมียมที่จ่ายสูงมักตั้งเกณฑ์ราว 80% ขึ้นไป — พูดง่ายๆ คะแนน Marlins ที่ดีคือใบเบิกทางไปตำแหน่งและสายเรือที่จ่ายแพงกว่า

เช็คระดับภาษาของตัวเองก่อนสมัครจริง

สอบ Marlins จำลองชุดเต็มจับเวลา เห็นคะแนนแยกรายทักษะทันที จะได้รู้ว่าตอนนี้อยู่ระดับไหน และต้องฝึกอะไรเพิ่มก่อนยื่นสมัครตำแหน่งที่อยากได้

เริ่มฝึกสอบ Marlins

คำถามที่พบบ่อย

เงินเดือนเรือสำราญจ่ายเป็นสกุลอะไร?

ส่วนใหญ่จ่ายเป็นดอลลาร์สหรัฐ (USD) เข้าบัญชีหรือผ่านระบบการเงินของบริษัท บางสายจ่ายเป็นยูโร ขึ้นกับสัญญา

มีทิปเพิ่มจากเงินเดือนไหม?

ตำแหน่งบริการ เช่น พนักงานเสิร์ฟ บาร์เทนเดอร์ และพนักงานดูแลห้องพัก มักมีรายได้จากทิปหรือ service charge เพิ่มจากฐานเงินเดือน ซึ่งบางเดือนสูงกว่าเงินเดือนฐานด้วยซ้ำ

ทำงานบนเรือ เสียภาษีไทยไหม?

ขึ้นกับสถานะภาษีรายบุคคล เช่น จำนวนวันที่อยู่ในไทยในปีภาษีนั้นและแหล่งที่มาของเงินได้ — แนะนำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีสำหรับกรณีของตัวเอง

ดูรายละเอียดเงินเดือนตำแหน่งอื่นได้ที่ไหน?

ดูครบทั้ง 200+ ตำแหน่งพร้อมช่วงเงินเดือน หน้าที่ และเส้นทางอาชีพ ได้ที่หน้าตำแหน่งงานบนเรือของ 360Marlins — เปิดให้อ่านฟรีทุกตำแหน่ง

เอกสารคนเรือ · อ่าน 7 นาที

STCW คืออะไร? อบรมที่ไหน ราคาเท่าไหร่ ใช้เวลากี่วัน (อัปเดต 2026)

STCW คือใบเบิกทางใบแรกของทุกคนที่จะทำงานบนเรือ — ไม่มีใบนี้ = ขึ้นเรือทำงานไม่ได้ ไม่ว่าเรือสำราญ เรือสินค้า หรือยอชท์ บทความนี้สรุปทุกอย่างที่ต้องรู้: เรียนอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ ที่ไหนเปิดสอน และควรอบรมตอนไหนถึงจะไม่เสียเงินเปล่า

STCW คืออะไร

STCW ย่อมาจาก Standards of Training, Certification and Watchkeeping — อนุสัญญาระหว่างประเทศขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ที่กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการฝึกอบรมคนประจำเรือทั่วโลก เมื่อคนพูดว่า “ไปอบรม STCW” มักหมายถึง Basic Safety Training (BST) หรือชุดหลักสูตรความปลอดภัยพื้นฐานที่ทุกคนต้องผ่านก่อนลงเรือ

BST ประกอบด้วย 4 หลักสูตร

  1. 1Personal Survival Techniques (PST) — เทคนิคเอาตัวรอดในทะเล ฝึกลอยตัว ใช้เสื้อชูชีพ ขึ้นแพชูชีพ (ไม่จำเป็นต้องว่ายน้ำเป็น แต่ต้องกล้าโดดน้ำจากที่สูง)
  2. 2Fire Prevention and Fire Fighting (FPFF) — การป้องกันและดับไฟบนเรือ ฝึกกับไฟจริงและชุดผจญเพลิง
  3. 3Elementary First Aid (EFA) — การปฐมพยาบาลเบื้องต้น CPR และการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
  4. 4Personal Safety and Social Responsibilities (PSSR) — ความปลอดภัยส่วนบุคคลและการอยู่ร่วมกันบนเรือ

ราคาและระยะเวลา

รายการรายละเอียด
ค่าอบรม 4 หลักสูตร~10,000 - 15,000 บาท (หลายแห่งรวมที่พัก+อาหาร)
ระยะเวลาอบรมโดยทั่วไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ ขึ้นกับตารางของสถาบัน
อายุใบรับรอง5 ปี (ต้องอบรม Refresher ก่อนหมดอายุ)
ใบรับรองแพทย์~500 บาท (บางสถาบันตรวจให้ที่สถาบัน/รวมในค่าอบรม)

ราคาประมาณการ — แต่ละสถาบันไม่เท่ากัน โทรเช็คราคาและรอบอบรมปัจจุบันก่อนสมัครเสมอ

อบรมได้ที่ไหนบ้าง

สถาบันที่เปิดสอน STCW BST มีทั่วประเทศ ทั้งของรัฐและเอกชน ตัวอย่างที่คนนิยม: ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี (MMTC) จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของรัฐ มีหอพักและอาหารให้, โรงเรียนสยามการเดินเรือ, GM School (กทม.), AMCOL ศรีราชา (มีศูนย์สอบ Marlins ในตัว), คณะพาณิชยนาวีนานาชาติ ม.เกษตรศาสตร์ ศรีราชา และอีกหลายแห่งในภูมิภาค

เกณฑ์การเลือก: ดูรอบอบรมที่ตรงกับแผนของเรา ที่พัก-การเดินทาง และราคารวมจริง (บางแห่งราคาถูกกว่าแต่ไม่รวมที่พัก) — คุณภาพหลักสูตรใกล้เคียงกันเพราะทุกแห่งต้องสอนตามมาตรฐาน IMO และได้รับการรับรองจากกรมเจ้าท่าเหมือนกัน

เอกสารที่ต้องเตรียมไปอบรม

  • สำเนาบัตรประชาชน 2 ชุด และสำเนาทะเบียนบ้าน 2 ชุด
  • รูปถ่าย 1 นิ้ว 6 ใบ (พื้นหลังขาวหรือฟ้า ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
  • ใบรับรองแพทย์ (บางสถาบันตรวจให้ที่สถาบันได้เลย)
  • ชุดฝึก: เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น + ชุดว่ายน้ำสำหรับภาคปฏิบัติในน้ำ

ควรอบรมตอนไหน — เรือสำราญกับเรือสินค้าไม่เหมือนกัน

อีกเหตุผลที่ไม่ควรรีบอบรมเร็วเกินไป: ใบรับรองมีอายุ 5 ปี ถ้าอบรมแล้วกว่าจะได้งานจริงผ่านไป 1-2 ปี อายุใบรับรองที่เหลือก็สั้นลงตามไปด้วย

ระหว่างรอรอบอบรม ฝึกภาษาไปพร้อมกัน

ด่านถัดจาก STCW คือข้อสอบ Marlins — ใช้เวลาช่วงเตรียมเอกสารฝึกให้พร้อมกับข้อสอบจำลอง เห็นจุดอ่อนรายทักษะทันที

เริ่มฝึกสอบ Marlins

คำถามที่พบบ่อย

ว่ายน้ำไม่เป็น อบรม STCW ได้ไหม?

ได้ — หลักสูตร Personal Survival Techniques ไม่บังคับว่ายน้ำเป็น มีเสื้อชูชีพให้ตลอดการฝึก แต่ต้องกล้าโดดน้ำจากที่สูงตามที่หลักสูตรกำหนด

STCW หมดอายุแล้วต้องเรียนใหม่ทั้งหมดไหม?

ไม่ต้อง — อบรม Refresher Course ซึ่งสั้นและถูกกว่าหลักสูตรเต็ม เพื่อต่ออายุใบรับรองอีก 5 ปี

จองอบรมล่วงหน้านานแค่ไหน?

รอบอบรมของสถาบันยอดนิยมมักเต็มล่วงหน้า 2-4 สัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงต้นปี แนะนำโทรเช็ครอบและจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน

ใบ STCW ของไทยใช้กับเรือต่างชาติได้ไหม?

ได้ — สถาบันที่ได้รับการรับรองจากกรมเจ้าท่าออกใบรับรองตามมาตรฐานอนุสัญญา STCW ของ IMO ซึ่งประเทศสมาชิกยอมรับร่วมกัน

เอกสารคนเรือ · อ่าน 8 นาที

วีซ่า C1/D คืออะไร? ขั้นตอนขอวีซ่าลูกเรือสหรัฐฯ ฉบับละเอียด (2026)

ถ้าเรือของคุณมีเส้นทางแวะท่าเรือสหรัฐฯ — Caribbean, Alaska, Hawaii หรือแม้แต่แวะผ่าน — คุณต้องมีวีซ่า C1/D ก่อนขึ้นเรือ นี่คือคู่มือขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่กรอกฟอร์มจนรับเล่มคืน อิงข้อมูลจริงของสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย

วีซ่า C1/D คืออะไร ใครต้องใช้

C1/D (Transit/Crewmember Visa) คือวีซ่าชั่วคราวของสหรัฐอเมริกาสำหรับลูกเรือเดินสมุทรและลูกเรือสายการบิน อนุญาตให้เข้าสหรัฐฯ เพื่อปฏิบัติหน้าที่บนเรือ/เครื่องบิน หรือเดินทางผ่าน (transit) ไปเข้าประจำเรือ จุดสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิด: ต้องมีแม้เรือจะแค่จอดแวะท่าสหรัฐฯ โดยคุณไม่ได้ลงจากเรือก็ตาม

  • เรือสำราญเส้นทาง Caribbean, Alaska, Hawaii — ลูกเรือทุกคนต้องมี
  • เรือสินค้าที่มีท่าเรือสหรัฐฯ ในเส้นทาง
  • การบินไปลงเรือ (join ship) ที่ท่าเรือในสหรัฐฯ

ค่าธรรมเนียมและอายุวีซ่า

รายการรายละเอียด
ค่าธรรมเนียม MRV Fee$185 (~6,850 บาท) — จ่ายก่อนนัดสัมภาษณ์ ไม่คืนทุกกรณี
อายุวีซ่าตามดุลยพินิจเจ้าหน้าที่ ปกติ 1-10 ปี
สถานที่ยื่นสถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ (ถ.วิทยุ) หรือสถานกงสุลใหญ่ฯ เชียงใหม่
ระยะเวลารอคิวสัมภาษณ์กรุงเทพฯ อาจรอ 2-3 สัปดาห์ / เชียงใหม่มักสั้นกว่า

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือเดินทางตัวจริง อายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า (แนบเล่มเก่าที่เคยมีวีซ่าสหรัฐฯ ด้วยถ้ามี)
  • ใบยืนยัน DS-160 ที่มีบาร์โค้ด (กรอกออนไลน์ที่ ceac.state.gov/GENNIV)
  • ใบนัดหมายสัมภาษณ์จากระบบ ustraveldocs.com
  • รูปถ่ายสี 2x2 นิ้ว พื้นหลังขาว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน 1-2 รูป
  • หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทเรือ ระบุชื่อ ตำแหน่ง วันเริ่มงาน — ต้องยืนยันความจำเป็นในการเดินทางเข้าสหรัฐฯ (สำคัญที่สุดในกองเอกสาร)
  • สัญญาจ้างงาน (ถ้ามี) และ Seaman Book ตัวจริง
  • หลักฐานความผูกพันกับไทย เช่น bank statement 6 เดือน ทะเบียนบ้าน — แสดงว่าจะกลับประเทศ

ขั้นตอนทั้งหมด 6 ขั้น

  1. 1กรอกแบบฟอร์ม DS-160 ออนไลน์ — ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง ตอบตามจริงทุกข้อ พิมพ์ใบยืนยันบาร์โค้ดเก็บไว้
  2. 2ลงทะเบียนที่ ustraveldocs.com และชำระค่าธรรมเนียม $185 ตามช่องทางที่ระบบกำหนด
  3. 3จองคิวนัดสัมภาษณ์ — เลือกกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ (คิวเชียงใหม่มักเร็วกว่า)
  4. 4เตรียมเอกสารให้ครบตามรายการด้านบน จัดเรียงให้หยิบง่าย
  5. 5วันสัมภาษณ์: ไปก่อนเวลานัด ห้ามนำโน้ตบุ๊ก/กระเป๋าใหญ่เข้าสถานทูต ตอบคำถามสั้น ตรง และมั่นใจ — คำถามหลักคือ ทำงานตำแหน่งอะไร เรืออะไร เส้นทางไหน
  6. 6ถ้าผ่าน เจ้าหน้าที่เก็บพาสปอร์ตไว้ติดวีซ่า รับเล่มคืนทางไปรษณีย์ภายในไม่กี่วันทำการ

ควรขอตอนไหน

ขอหลังได้รับข้อเสนองาน (Letter of Employment) แล้วเท่านั้น — เพราะต้องใช้หนังสือรับรองจากบริษัทเรือเป็นเอกสารหลัก บริษัทจัดหางานจะเป็นคนบอกจังหวะและช่วยเตรียมเอกสารให้ ดังนั้นไม่ต้องรีบไปขอเองก่อนมีงาน

ยังไม่ถึงขั้นวีซ่า? เริ่มจากด่านแรกก่อน

กว่าจะถึงวันยื่นวีซ่า คุณต้องผ่านข้อสอบ Marlins และสัมภาษณ์ก่อน — เช็คความพร้อมภาษาอังกฤษของตัวเองวันนี้กับข้อสอบจำลองเสมือนจริง

เริ่มฝึกสอบ Marlins

คำถามที่พบบ่อย

วีซ่า C1/D ต้องต่ออายุทุกสัญญาไหม?

ไม่จำเป็น — ถ้าวีซ่ายังไม่หมดอายุ ใช้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ตลอดอายุวีซ่า ซึ่งปกติออกให้ 1-10 ปีตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

เคยโดนปฏิเสธวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐฯ จะขอ C1/D ได้ไหม?

ยื่นได้ — การพิจารณาเป็นรายกรณี จุดที่ช่วยมากคือหนังสือรับรองงานจากบริษัทเรือที่ชัดเจน และตอบสัมภาษณ์ตรงไปตรงมาเรื่องประวัติเดิม

ต้องใช้ Seaman Book ก่อนขอ C1/D ไหม?

ใช่ — Seaman Book เป็นหนึ่งในเอกสารประกอบการยื่น ควรทำ Seaman Book (ค่าธรรมเนียม ~501 บาท ที่กรมเจ้าท่า) ให้เรียบร้อยก่อนถึงขั้นตอนวีซ่า

เรือไปยุโรป ใช้วีซ่าอะไร?

เส้นทางยุโรปใช้ Schengen Visa ประเภทลูกเรือ ซึ่งขั้นตอนต่างจาก C1/D — ดูคู่มือ Schengen สำหรับลูกเรือได้ในหมวดเอกสารของ 360Marlins

04 / Path

เส้นทางการเรียนรู้

4 ขั้นตอนสู่การเป็นลูกเรือมืออาชีพ เริ่มจากเรียนรู้พื้นฐานไปจนถึงพร้อมสมัครงาน

  1. STEP 01

    เข้าใจแผนกและตำแหน่งงาน

    Understand Departments

    รู้จักโครงสร้างแผนก ตำแหน่งงาน และหน้าที่ต่างๆ บนเรือ

  2. STEP 02

    เรียนรู้พื้นฐานเรือ

    Learn Ship Basics

    ประเภทเรือ โครงสร้าง ระบบ Watch และชีวิตบนเรือ

  3. STEP 03

    ศึกษากฎหมายสำคัญ

    Study Maritime Laws

    STCW, MLC, SOLAS และกฎหมายที่ลูกเรือต้องรู้

  4. STEP 04

    ฝึกสอบ Marlins Test

    Practice Marlins Test

    ทำข้อสอบเสมือนจริงเพื่อเตรียมความพร้อม

05 / Why

ทำไมต้องทำงานบนเรือสำราญ?

เตรียมตัวสอบ Marlins Test และเรียนรู้ทักษะที่จำเป็น เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้งานบนเรือสำราญ

01

รายได้ดี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เงินเดือนสูง รวมที่พักและอาหารตลอดสัญญา ทำให้เก็บเงินได้เร็ว

02

ท่องเที่ยวทั่วโลก

ได้เดินทางไปยังเมืองท่าต่างๆ ทั่วโลก เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ

03

พัฒนาตัวเอง

ฝึกภาษา ทักษะการทำงาน และประสบการณ์ระดับสากล

04

สร้าง Network

รู้จักเพื่อนร่วมงานจากหลายประเทศ สร้างโอกาสในอนาคต

Ready to start

พร้อมเริ่มต้นอาชีพใหม่?

เริ่มต้นวันนี้