ขั้นที่ 1 — เลือกตำแหน่งเป้าหมายให้ชัดก่อน
อย่าเพิ่งสมัคร “อะไรก็ได้” — แต่ละตำแหน่งต้องการพื้นฐานต่างกัน คนเคยทำร้านอาหารเหมาะกับสาย F&B (เสิร์ฟ บาร์ ครัว) คนเคยทำโรงแรมเหมาะกับ Housekeeping หรือ Guest Services ส่วนสายช่างและเดินเรือต้องมีวุฒิเฉพาะทาง การเลือกเป้าให้ชัดตั้งแต่แรกทำให้เตรียมตัวถูกจุดและตอบสัมภาษณ์ได้มั่นใจ
เคล็ดลับ: ดูรายละเอียดหน้าที่ เงินเดือน และคุณสมบัติของแต่ละตำแหน่งให้ครบก่อนตัดสินใจ — 360Marlins รวมข้อมูล 200+ ตำแหน่งไว้ให้อ่านฟรีที่หน้าตำแหน่งงานบนเรือ
ขั้นที่ 2 — เตรียมภาษาอังกฤษ + สอบ Marlins
ทุกบริษัทเรือใช้ Marlins Test คัดกรองภาษาอังกฤษ เรือสำราญส่วนใหญ่กำหนดราว 70% ขึ้นไป (สายพรีเมียม ~80%+) นี่คือด่านที่คนไทยตกมากที่สุด โดยเฉพาะพาร์ท Listening — เริ่มฝึกตั้งแต่วันนี้ควบคู่กับการเตรียมเอกสาร อย่ารอให้เอกสารครบแล้วค่อยอ่านหนังสือ
ขั้นที่ 3 — ทำ Seaman Book (หนังสือคนประจำเรือ)
- ออกโดยกรมเจ้าท่า — ยื่นที่ส่วนกลาง (ตลาดน้อย กทม.) สำนักงานภูมิภาค หรือออนไลน์ที่ eservice.md.go.th
- เอกสารหลัก: บัตรประชาชนตัวจริง รูปถ่าย 2 นิ้ว และใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลที่กรมการแพทย์รับรอง
- ค่าธรรมเนียมรวมประมาณ 501 บาท รับเล่มภายใน 3-7 วันทำการ อายุเล่ม 5 ปี
ขั้นที่ 4 — อบรม STCW Basic Safety Training
STCW BST คือการอบรมความปลอดภัยพื้นฐาน 4 หลักสูตรที่คนประจำเรือทุกคนต้องผ่านก่อนลงเรือ ค่าอบรมประมาณ 10,000-15,000 บาท (หลายสถาบันรวมที่พักและอาหาร) ใบรับรองอายุ 5 ปี
ขั้นที่ 5 — สมัครผ่านบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาต
งานเรือสำราญสำหรับคนไทยเกือบทั้งหมดสมัครผ่านบริษัทจัดหางาน (Manning Agency) ที่ได้รับใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งในไทยมีอยู่จำนวนไม่มาก แต่ละบริษัทเป็นพาร์ทเนอร์กับสายเรือต่างกัน — เลือกบริษัทตามสายเรือที่อยากไป
ขั้นที่ 6 — สัมภาษณ์
- สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษเกือบทั้งหมด — เตรียมแนะนำตัว ประสบการณ์งานบริการ และเหตุผลที่อยากทำงานบนเรือ
- หลายสายมีสัมภาษณ์ 2 รอบ: รอบบริษัทจัดหางาน และรอบวิดีโอคอลกับสายเรือโดยตรง
- คะแนน Marlins ที่ดีช่วยเพิ่มความมั่นใจของผู้สัมภาษณ์ว่าคุณสื่อสารบนเรือได้จริง
ขั้นที่ 7 — เอกสารก่อนขึ้นเรือ + วีซ่า
เมื่อได้รับข้อเสนอ (Letter of Employment) บริษัทจะแนะนำขั้นตอนเอกสารที่เหลือ: ตรวจสุขภาพมาตรฐานคนเรือ วีซ่าลูกเรือตามเส้นทางเดินเรือ เช่น C1/D สำหรับเส้นทางที่แวะสหรัฐฯ (ค่าธรรมเนียม ~$185 หรือ ~6,850 บาท) หรือ Schengen สำหรับยุโรป จากนั้นก็ถึงวันบินไปลงเรือจริง
สรุปงบประมาณทั้งเส้นทาง
| รายการ | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ |
|---|---|
| Seaman Book | ~501 บาท |
| ใบรับรองแพทย์/ตรวจสุขภาพ | ~500 - 3,000 บาท |
| อบรม STCW BST (4 หลักสูตร) | ~10,000 - 15,000 บาท |
| สอบ Marlins | ~1,200 - 1,500 บาท/ครั้ง |
| วีซ่า (ถ้าเส้นทางต้องใช้ เช่น C1/D) | ~6,850 บาท |
| คอร์สเสริม/เดินทาง/อื่นๆ | แล้วแต่กรณี |
รวมทั้งเส้นทางโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 15,000 - 80,000 บาท ขึ้นกับคอร์สที่เลือกเรียนเพิ่มและเส้นทางเรือ
คำถามที่พบบ่อย
- ไม่จบปริญญา ทำงานเรือสำราญได้ไหม?
- ได้ — ตำแหน่งเริ่มต้นส่วนใหญ่ (เสิร์ฟ ครัว ทำความสะอาด) ไม่กำหนดวุฒิปริญญา ขอแค่อายุถึงเกณฑ์ สุขภาพผ่าน เอกสารครบ และภาษาอังกฤษสื่อสารได้ตามเกณฑ์ของบริษัท
- ผู้หญิงทำงานบนเรือได้ไหม?
- ได้แน่นอน — เรือสำราญมีลูกเรือหญิงจำนวนมากในแทบทุกแผนก ทั้งบริการ ครัว สปา ต้อนรับ ไปจนถึงระดับหัวหน้าและ Officer
- ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้ลงเรือ?
- โดยทั่วไป 3-6 เดือนนับจากเริ่มเตรียมตัว ขึ้นกับความเร็วของเอกสาร รอบสัมภาษณ์ ตำแหน่งที่เปิด และรอบเรือที่ว่าง
- อายุเท่าไหร่ถึงสมัครได้?
- Seaman Book ทำได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี แต่บริษัทเรือส่วนใหญ่รับตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไปสำหรับตำแหน่งทั่วไป — เช็คเกณฑ์อายุของแต่ละสายเรือกับบริษัทจัดหางาน